เมนูบริการ

 

 
 สถิติวันนี้ 53 คน
 สถิติเมื่อวาน 86 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
1270 คน
19200 คน
70518 คน
เริ่มเมื่อ 2015-04-14

 

                                                     น้ำผึ้งหยดเดียว
กิร ดังได้สดับมา
       ชายบ้านนอกคนหนึ่ง หาบน้ำผึ้งที่ใส่หม้อดินมาขายในตลาด มีคนเดินมาชนหาบของแก น้ำผึ้งจึงกระฉอกหกลงที่ถนน แกมิได้ว่าอะไร เดินขายเรื่อยไป พวกแมลงหวี่ได้กลิ่นน้ำผึ้งจึงบินมากินน้ำผึ้ง
        ฝ่ายแมวที่อยู่ในบ้านใกล้ๆจุดนั้น เห็นแมลงหวี่จับกลุ่มกินน้ำผึ้งอยู่ก็ออกมาไล่ตะปบแมลงหวี่
        สุนัขที่อยู่บ้านถัดไปเห็นแมวอยู่ที่ถนน จึงวิ่งออกจากบ้านมาไล่กัดแมว แมวรีบหนีเข้าบ้าน สุนัขก็ไล่เห่าแมวไปจนถึงบ้าน
         เจ้าของแมวเห็นสุนัขของคนข้างบ้านมาไล่กัดแมว จึงคว้าไม้ไล่ตีสุนัขด้วยความโกรธ สุนัขวิ่งไปทางตลาดเพื่อไปหาเจ้าของที่ขายของอยู่ในตลาด
         เจ้าของสุนัขเห็นเจ้าของแมวไล่ตีสุนัขของตนมา จึงออกมาต่อว่า
          เจ้าของแมวก็ด่าตอบหาว่าเลี้ยงสุนัขไม่ดี ให้มาเที่ยวเพ่นพ่านไล่กัดแมวของตน
         ลูกสาวเจ้าของสุนัขซึ่งนั่งขายของอยู่อีกด้านหนึ่ง จึงออกมาร่วมวงด้วย
        “พูดให้ดีนะ หมามันจะไปรู้เรื่องอะไร มันเห็นแมวที่เจ้าของมันดูแลไม่ดี มันก็คงนึกว่าเป็นแมวจรจัด จึงไล่ฟัดเอา”
        “เอ็งพูดให้ดีนะ ถือดีอย่างไรมาว่าแมวของฉันเป็นแมวจรจัด อีลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน” เจ้าของแมวโต้ทันควัน
        แม่ของเด็กทนไม่ไหวลุกออกจากแผงขายของตะโกนใส่หน้า
        “อ้าวๆ แกพูดได้อย่างไงว่าฉันไม่ได้สั่งสอนลูกฉัน อย่างนี้ต้องตบเสียให้เข็ด”
       “แน่จริงก็ตบซี” เจ้าของแมวท้า
        เท่านั้นแหละไม่รู้มือใครถึงหน้าก่อน ต่างตบตีกันเป็นพัลวัน ลามปามไปทำให้หาบและแผงขายของของแม่ค้าอีกหลายคนพลอยโดนเหยียบโดนชนไปด้วย เจ้าของหาบเจ้าของแผงที่โดนชนข้าวของพืชผักที่วางขายเสียหายเลยร่วมวงไพบูลย์ด้วย ตลาดร้านค้าในตอนนั้นกลายเป็นเวทีมวยย่อมๆขึ้นมาทันตาเห็น ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ไม่มีใครห้ามใครได้แล้ว
               น้ำผึ้งหยดเดียวแท้ๆ
               ไหงกลายเป็นอย่างนั้นไปได้ซิเอ้า ;
     เรื่องนี้สื่อความได้ว่า
          เรื่องหรือปัญหาที่เกิดขึ้นบางครั้งมาจากต้นตอเพียงเล็กน้อย
          โดยเฉพาะเรื่องทะเลาะกัน การถกเถียงกัน หรือการร้องขอความเป็นธรรม ด้วยการเดินขบวนบ้าง ด้วยการเขียนป้ายประท้วงบ้าง ด้วยการขึ้นเวทีปราศรัยบ้าง ถือเป็นแค่เริ่มต้นเท่านั้น ยังไม่ลามปามมากนัก
          หากคู่กรณีหรือผู้เกี่ยวข้อง ไม่ยอมมาพบมาพูดคุยกัน
        ไม่ยอมมาไกล่เกลี่ยเพื่อให้เรื่องยุติ
        หรือเอาแต่พูดจาตอบโต้ท้าทาย
        หรือคิดว่ามีจำนวนไม่มาก สามารถรับมือได้
        ด้วยเห็นว่าเป็นพวกไร้น้ำยา เป็นพวกน้อยกว่า
        หรือคิดว่ามีจำนวนไม่มากสามารถรับมือได้
        เรื่องก็อาจบานปลายลุกลามไปใหญ่
        กลายเป็นข้อพิพาทที่หาทางยุติไม่ได้
         และอาจกลายเป็นศึกกลางเมืองไปก็ได้
       ที่ถูกนั้นพึงหาทางประนีประนอนหาข้อยุติ
       และตกลงกันในทางที่เหมาะที่ควร
       จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
        ผู้ที่มองข้ามความสำคัญในข้อนี้ต้องเสียที ต้องพบกับความปราชัยมามากต่อมากแล้ว เด็กๆเล่นกันแล้วทะเลาะกัน เป็นชนวนให้พ่อแม่ ผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันก็มีอยู่ คนบ้านชิดติดกันต้องมาทะเลาะกันเพียงแค่กิ่งมะม่วงยื่นเข้าไปในเขตบ้านกันก็มีอยู่ และมีสังคมประเทศชาติในหลายๆแห่งต้องวุ่นวายเกิดความโกลาหล เกิดปะทะกันรุนแรง เสียหายไปทุกส่วนอยู่บ่อยๆก็เพราะเรื่องแบบน้ำผึ้งหยดเดียวนี่แหละ.
 

 

                                
                                           
  coopyright   ( c )  by  : pngoen.com      .วัดภูเงินวนาราม   ตำบลบ้านฝาย  อำเภอน้ำปาด   จังหวัดอุตรดิตถ์