เมนูบริการ

 

 
 สถิติวันนี้ 38 คน
 สถิติเมื่อวาน 86 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
1255 คน
19185 คน
70503 คน
เริ่มเมื่อ 2015-04-14

 

                                        
ตีความผิด
กิร ดังได้สดับมา
          พระรูปหนึ่ง บวชจำพรรษาอยู่ที่วัดในหมู่บ้านได้หนึ่งพรรษา พอออกพรรษารับกฐินแล้วก็ไปขอลาสึก หลังจากทำพิธีสึกให้แล้ว หลวงพ่อท่านก็อวยชัยให้พร สึกไปแล้วให้มีหน้าที่การงาน ทำให้เจริญรุ่งเรืองในอาชีพการงาน เป็นพลเมืองดีเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นสามีที่ดีของภรรยา และเป็นพ่อที่ดีของลูกๆต่อไป
          แล้วฝากข้อปฏิบัติไว้ด้วยว่า ให้ระวัง ๓ ข้อนี้ให้ดี คือ ระวังน้ำท่วม ระวังไฟไหม้ ระวังผีหลอก จะตั้งตัวได้ในไม่ช้า
          เขาทวนคำหลวงพ่อจนจำได้ดีแล้วก็กราบลาหลวงพ่อ กลับถึงบ้านแล้ว ไปกราบพ่อแม่และผู้ใหญ่ตามธรรมเนียม
          ต่อมาเขาออกจากหมู่บ้านนั้นไปหากินที่อื่น ข่าวคราวของเขาก็หายไปด้วย
          ต่อมาอีก ๑๐ ปีเศษ ขณะที่หลวงพ่อกำลังนั่งอยู่ที่กุฏิตามลำพังืได้มีชายคนหนึ่งรูปร่างผอมเกร็ง ผิวสีคล้ำเหมือนคนกรำแดด แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่าๆมีผู้หญิงจูงเด็ก ๓ ขวบมาด้วย ทั้งสามคนขึ้นไปหาหลวงพ่อซึ่งมองอย่างสงสัยว่าเป็นใครกัน เขาจึงทบทวนให้ท่านฟังว่าตนเป็นลูกของคนชื่อนี้ เคยบวชที่นี่เมื่อ ๑๐ ปีมาแล้ว
          หลวงพ่อจึงถึงบางอ้อ ดูเขาแก่ลงไปมาก หน้าตาไม่มีสง่าอะไรเลย จึงไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบไปตามธรรมเนียม
          เขาก็เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่สึกไปแล้วเขาไปรับจ้างทำไร่ที่ต่างจังหวัด ได้แต่งงานกับภรรยาซึ่งเป็นลูกชาวไร่ มีลูกชายคนหนึ่งที่พามาด้วย ที่มานี่เพื่อมาเยี่ยมแม่ที่ป่วยอยู่แต่ไม่เป็นอะไรมาก
          “ชีวิตผมยังแย่อยู่ครับหลวงพ่อ หาไม่พอใช้ ยังลำบากอยู่ ไม่อย่างนั้นคงจะมาทำบุญกับหลวงพ่อบ้าง” เขาเล่าถึงความเป็นอยู่ตบท้าย
          หลวงพ่อจึงถามว่า “เธอยังจำคำฉันที่ให้ไปเมื่อวันสึกได้ไหมเล่า”
          “จำได้แม่นยำครับหลวงพ่อ ระวังน้ำท่วม ระวังไฟไหม้ ระวังผีหลอก” เขาตอบพร้อมทั้งทบทวนให้ท่านฟัง
          “แล้วเธอระวังอย่างไรล่ะ”
          “ผมก็ปลูกบ้านในที่สูงๆเพื่อไม่ให้น้ำท่วมถึง บ้านอื่นเขาน้ำท่วมประจำ แต่บ้านผมไม่ท่วมเลย และบอกให้ลูกเมียระวังฟืนระวังไฟอยู่เสมอ ไฟจะได้ไม่ไหม้บ้าน และผมปลูกบ้านอยู่ในที่โล่งห่างจากวัดมาก คิดว่าผีคงไม่มาหลอกแน่นอนครับ” เขาตอบอย่างภาคภูมิว่าได้ปฏิบัติตามคำหลวงพ่อครบทุกข้อ
          หลวงพ่อหัวเราะหึๆแล้วหันไปถามภรรยาของเขาว่า “สามีของเจ้ากินเหล้าไหม สูบบุหรี่ไหม และเล่นหวยเล่นโปไหม”
          ภรรยาของเขาก็สาธยายพฤติกรรมของสามีให้หลวงพ่อฟังละเอียดยิบว่า สามีเป็นคนชอบเที่ยว มีเพื่อนฝูงมาก จึงชวนกันไปกินเหล้าเมายากันหลังเลิกงานกันแทบทุกวัน สำหรับบุหรี่นั้นเขาติดมาก เวลากลุ้มๆเขาสูบวันละสองซองก็เคย ส่วนหวยนั้นเล่นทุกงวดเพราะหวังว่าจะถูกเอาเงินมาจุนเจือครอบครัว
          “โธ่ไอ้ทิดเอ๊ย” หลวงพ่อครางอย่างอ่อนใจ “ที่แท้เอ็งนี่ไม่ได้ระวังอะไรเลยสักอย่างเดียวตามที่ฉันบอก”
          “มันเป็นยังไงหรือหลวงพ่อ” เขาย้อนถาม
          “ที่ฉันบอกว่าให้ระวังน้ำท่วมน่ะ คือให้ระวังสุรายาเมา อย่าให้มันมาท่วมปากของเอ็งได้ ไฟที่ต้องระวังคือไฟบุหรี่ คืออย่าสูบบุหรี่ ส่วนผีที่ต้องระวังคือ ผีการพนัน มิใช่ผีในป่าช้า เอ็งมันระวังผิดทางถึงได้ยากจนอยู่นี่ไง
          เหล้ายาเอย บุหรี่เอย หวยเอย การพนันเอย ล้วนเป็นตัวดูดทรัพย์ เป็นตัวผลาญทรัพย์ทั้งนั้น เพราะเอ็งไม่ระวังน่ะสิเอ็งถึงลำบากอยู่อย่างนี้ สิบปีมานี่ถ้าเอ็งระวังสักหน่อยนะ เอ็งคงเก็บเงินได้มากโขอยู่ ลูกเมียเอ็งคงไม่ลำบากอย่างนี้”
          เขนั่งฟังหลวงพ่อร่ายยาวจนจบ รู้สึกว่าตัวเองเข้าใจความหมายคำสอนของหลวงพ่อผิดไป ได้เวลาแล้วก็กราบลา
          หลวงพ่ออวยชัยให้พร ให้ระวัง ๓ อย่างใหม่
          อีก ๑๐ ปีต่อมา หลวงพ่อซึ่งแก่มากแล้วได้ต้อนรับชายกลางคนคนหนึ่ง ซึ่งมาพร้อมกับภรรยากับลูก ๒ คน เขามากับรถปิกอัพป้ายแดง ภรรยาถือปิ่นโตมาด้วย ทุกคนแต่งตัวสะอาดเรียบร้อยดูมีสง่า หลวงพ่อจ้องอยู่พักหนึ่งจึงจำได้ว่าเป็นไอ้ทิดคนเก่านั่นเอง แต่คราวนี้เขามาในมาดเสี่ยเลยทีเดียว
          “เอ็งไปถูกหวยรวยโปมาจากไหนฮึไอ้ทิด ดูภูมิฐานขึ้นมากเลยเรา”หลวงพ่อทักด้วยอารมณ์ดี
          “ผมไม่ได้ถูกหวยอะไรหรอกครับ หลวงพ่อคงจำได้ เมื่อสิบปีที่แล้วผมกลับไปบ้านก็ได้คิด นำเอาระวัง ๓ ข้อ ไปปฏิบัติตามที่หลวงพ่อว่า ผมเลิกสุรา เลิกเที่ยว เลิกบุหรี่ เลิกเล่นการพนัน และขยันมากขึ้น ทำให้มีเงินเก็บ พ่อตาผมเห็นว่าผมเป็นคนดีขึ้น จึงยกไร่ให้ผมกับภรรยาสิบกว่าไร่ พอได้ทำกินไม่ต้องเช่าเขาทำเหมือนเดิมทำให้มีเงินเหลือพอซื้อรถได้คันหนึ่ง กะว่าจะใช้บรรทุกพืชในไร่ไปขายเองคงจะได้ราคาดี รถคันนี้ผมถอยจากอู่เมื่อเช้า ตั้งใจจะให้หลวงพ่อเจิมให้เพื่อเป็นสิริมงคลด้วยครับหลวงพ่อ”
          สาธุไอ้ทิด หมดเวรหมดกรรมกันเสียที อีหนูด้วยนะ นี่คงเป็นลูกของพวกเอ็งสิท่า หน้าตาดูมีแววดี เลี้ยงดูให้ดีนะ อย่าให้เข้าใจผิดเหมือนพ่อมัน” ว่าแล้วหลวงพ่อก็หัวเราะเอิ้กอ้ากอย่างมีความสุข พลอยให้อีกสี่คนยิ้มอย่างมีความสุขไปด้วย.
เรื่องนี้สื่อความได้ว่า
          สุรายาเมา ยาบ้า ยาเสพติด บุหรี่ การพนัน
          เป็นภัยที่น่ากลัวกว่าภัยทั้งปวง
          คือ สุรายาเมามีภัยมากกว่าอุทกภัย บุหรี่เป็นภัยที่น่ากลัวกว่าอัคคีภัยและการพนันเป็นผีที่น่ากลัวกว่าผีในป่าช้า เพราะเป็นภัยเงียบและเป็นผีร้ายที่แอบแฝงมาในรูปของความเอร็ดอร่อยและทำให้สนุกสนานเพลิดเพลิน ทั้งยังมีเสน่ห์มีแรงดึงดูดมากมายมหาศาล จึงทำให้ผู้โง่เขลาทั้งหลายตกเป็นทาสคนแล้วคนเล่า และในที่สุดต่างก็หมดสิ้นทั้งทรัพย์สิน สุขภาพ ร่างกาย และอนาคตไปตามๆกันเพราะถูกภัยเงียบนั้นดูดไปเรื่อยๆถึงกระนั้นผู้คนยังไม่เข็ด ยังตกเป็นทาสของมันอยู่ร่ำไป
ใครรู้เท่าทันไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของมันได้
หรือตกเป็นเหยื่อของมันมาแล้วเกิดได้สติขึ้นมา
และถอนตัวออกห่างจากมันได้
ต้องยอมรับว่าผู้นั้นเป็นคนเข้มแข็ง จิตใจไม่อ่อนแอ
และมีพลังป้องกันมีภูมิต้านทานสูง
ต้องถือว่า…
เป็นคนที่โชคดีที่สุดคนหนึ่ง น่าภาคภูมิใจในตัวเองเป็นอย่างยิ่ง.
 

 

                                
                                           
  coopyright   ( c )  by  : pngoen.com      .วัดภูเงินวนาราม   ตำบลบ้านฝาย  อำเภอน้ำปาด   จังหวัดอุตรดิตถ์