เมนูบริการ

 

 
 สถิติวันนี้ 36 คน
 สถิติเมื่อวาน 95 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
1824 คน
24725 คน
76043 คน
เริ่มเมื่อ 2015-04-14

 

                                                            
 ชื่อนั้นสำคัญจริงหรือ
กิร ดังได้สดับมา
          ในสำนักอาจารย์ทิสาปาโมกข์แห่งเมืองตักสิลา มีลูกศิษย์อาศัยเรียนกันอยู่ประมาณ ๕๐๐ คน มีลูกศิษย์คนหนึ่งชื่อ บาปก์ ที่แปลว่าชั่วหรือเลว เพื่อนชอบล้อเลียนเขามาตลอด สมัยเด็กก็ไม่คิดอะไรมาก แต่พอโตเป็นหนุ่มเข้าก็เริ่มอาย โดยเฉพาะตอนออกไปที่ตลาด เมื่อโดนเรียกชื่อต่อหน้าสาวๆและพวกเธอมองตนแล้วยิ้มๆก็ให้อายหนักขึ้น บ่อยเข้าก็ทนไม่ไหว เข้าไปหาอาจารย์ทิสาปาโมกข์ ขอให้ท่านเปลี่ยนชื่อให้
          “อาจารย์ครับ ชื่อผมเป็นอวมงคล ผมอยากเปลี่ยนชื่อใหม่ กรุณาเปลี่ยนให้ผมด้วยเถอะครับ”
          อาจารย์จึงสั่งว่า “ตอนช่วงปิดเทอม เธอไปถามคนในเมืองนอกเมืองว่าใครชื่ออะไรบ้าง เธออยากได้ชื่ออะไรก็มาบอกฉันก็แล้วกัน”
          เขาดีใจที่จะได้เปลี่ยนชื่อให้เป็นมงคล พอปิดเทอมเขาก็ออกจากสำนักไปนอกเมือง พอดีเห็นคนหามศพไปฝังกัน จึงเข้าไปถามว่าคนตายชื่ออะไร
          “เขาชื่อชีวกะจ๊ะ”คนหามบอก
          เขาจึงพูดเปรยๆว่า “เออหนอ คนชื่อชีวกะที่แปลว่ารอดเป็นชื่อมงคลแท้ๆแต่ก็ยังไม่รอด ยังตายได้นิ”
          คนหามจึงบอกว่า “จะชื่อว่าชีวกะหรืออชีวกะก็ตายทั้งนั้นแหละคุณ ชื่อเป็นเพียงสมมุติเรียกกัน คุณนี่ท่าจะบ้าหรือโง่จริงๆ”
          เขาจึงเดินจากไป สักพักหนึ่งเห็นคนมุงดูอะไรกันอยู่ เข้าไปดูก็เห็นชายคนหนึ่งกำลังตีทาสีคนหนึ่งด้วยหวาย จึงถามหญิงคนหนึ่งว่าเขาตีทำไม
          นางบอกว่า “ผู้หญิงคนนี้เป็นนางทาสี ไปขอกู้เงินเขามา เมื่อเจ้าของทวงเงินไม่มีให้เขา เขาจึงตีเอาอย่างที่เห็นนี่แหละ”
          “แล้วนางคนนี้ชื่ออะไรครับ” เขาถามต่อ
          “ชื่อธนปาลีจ๊ะ” นางบอก
          เขาคิดว่า “ชื่อธนปาลีก็เพราะดีนะ ความหมายก็ดีด้วยเพราะหมายถึงคนรวยคนมีทรัพย์ แต่ไหงนางถึงยากจนล่ะ”
          จากนั้นตรงไปอีกพักหนึ่ง มีชายคนหนึ่งมาถามเขา
          “ขอโทษครับ ผมขอถามหน่อย ทางที่จะไปหมู่บ้านชื่อนี้ไปทางไหน ผมหาทางไปไม่ถูกไม่รู้ว่าอยู่ทิศใด”
          “ไปทางนี้นะ” เขาชี้เส้นทางให้ชายคนนั้นดู แต่พอนึกอะไรขึ้นมาได้จึงถามชายคนนั้นว่า
          “พี่ชื่ออะไรครับ”
          “ผมชื่อปันถกะ” เขาตอบแล้วรีบเดินไปตามเส้นทางนั้น
          เมื่อชายคนนั้นจากไปแล้ว เขาส่ายหน้ายิ้ม นึกขำอยู่ในใจ “เออประหลาดดี คนชื่อว่าปันถกะ ซึ่งแปลว่าชำนาญทาง แต่กลับหลงทางหาทางไม่เจอ ไม่สมชื่อเลยจริงๆ”
          พอคิดมาถึงตรงนี้ ความคิดเขาเริ่มสว่าง โดยหวนกลับมาคิดถึงชื่อตัวเอง
          “เราชื่อบาปก์แต่ก็ไม่เคยทำบาปทำกรรม ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนสอบได้คะแนนดีเสียด้วย ไม่เห็นเป็นอวมงคลอย่างชื่อเลย เรานี่ท่าจะบ้าอย่างเขาว่าจริงๆ”
          เมื่อตาสว่างก็รีบกลับไปยังสำนัก เมื่อไปถึงก็เข้าไปหาอาจารย์ทันที อาจารย์ถามว่า
          “ได้ชื่อใหม่หรือยัง”
          “ไม่ได้เลยครับ ชื่อเก่านั้นดีแล้วครับ ผมไม่อยากเปลี่ยนชื่อแล้ว” เขาตอบพร้อมทั้งเล่าเรื่องที่ไปพบเห็นมาให้อาจารย์ฟังโดยละเอียด.
 เรื่องนี้สื่อความได้ว่า
          คนเราจะดีจะเลวอยู่ที่ตัวทำ
          จะสูงจะต่ำอยู่ที่ทำตัว หาอยู่ที่ชื่อไม่
          ชื่อเป็นเพียงบัญญัติที่สมมุติกันขึ้นเพื่อให้เรียกขานกัน เพื่อสื่อความกันว่าหมายถึงผู้นั้นผู้นี้เท่านั้น หาได้มีอิทธิพลต่อชีวิตโดยทำให้ดีให้ชั่ว ให้สูงส่งให้ตกต่ำได้ไม่ อย่างดีก็แค่ทำให้ไม่สบายใจ หรือทำให้อายคนอื่นเท่านั้น
          แต่ถ้าเจ้าตัวไม่คิด ไม่ติดใจเสียอย่างเดียว คนอื่นเขาก็ไม่คิดรังเกียจเดียดฉันอะไร เพียงเพราะเรามีชื่ออย่างนั้นอย่างนี้ ยิ่งเป็นชื่อพ่อตั้งให้แม่ตั้งให้ด้วยแล้ว ยิ่งต้องรักต้องหวงแหนให้มากเข้าไว้เป็นดี
          ส่วนใหญ่ชื่อที่เจ้าตัวคิดว่าไม่เพราะไม่เป็นมงคลนั้น
          พ่อแม่ย่อมมีเหตุผลสำคัญ
          หรือเห็นว่าเป็นมงคลนามแล้วจึงตั้งชื่อนั้นให้
          พ่อแม่ทุคนย่อมต้องการให้ลูกอยู่ดีมีสุข
          และได้รับความเจริญก้าวหน้าอันเป็นมงคลทั้งนั้น
          ไฉนท่านจะมาตั้งชื่อที่ไม่เป็นมงคลให้แก่ลูกเล่า.
 

 

                                
                                           
  coopyright   ( c )  by  : pngoen.com      .วัดภูเงินวนาราม   ตำบลบ้านฝาย  อำเภอน้ำปาด   จังหวัดอุตรดิตถ์