เมนูบริการ

 

 
 สถิติวันนี้ 41 คน
 สถิติเมื่อวาน 95 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
1829 คน
24730 คน
76048 คน
เริ่มเมื่อ 2015-04-14

 

                 
พระอุ้มผู้หญิง
กิร ดังได้สดับมา
          หลวงพ่อนิกายเซ็นรูปหนึ่ง มีชื่อเสียงทางสอนศิษย์ให้สำเร็จทางธรรมได้ยอดเยี่ยม จนมีผู้เคารพนับถือและยอมตนเป็นศิษย์กันมากมาย มีกระทาชายนายหนึ่งมาสมัครเป็นศิษย์ของหลวงพ่อ โดยขอบวชรับใช้ใกล้ชิดหลวงพ่อ หลวงพ่อก็อนุญาตด้วยเห็นแววฉลาดและตั้งใจจริง เขาดีใจมากที่ได้บวชสมใจ จึงยินดีรับใช้ใกล้ชิดหลวงพ่อ ปัดกวาดเช็ดถูกุฏิที่พัก จัดอาหาร ซักผ้าเครื่องนุ่งห่ม จัดน้ำร้อนน้ำชาถวาย หลวงพ่อไปไหนก็สะพายย่าม ถือร่ม และหอยหิ้วสิ่งของที่จำเป็นติดตามไปด้วยทุกครั้ง
          บวชได้หลายเดือนแล้ว เธอได้เรียนรู้การปฏิบัติตนตามระเบียบวินัยสงฆ์มหายานจากหลวงพ่อ ได้เรียนรู้การฝึกฝนจิตจากหลวงพ่อ และเมื่อหลวงพ่อเทศน์ให้คนอื่นฟัง เธอก็ได้ฟังด้วยเพราะนั่งปรนนิบัติอยู่ใกล้ๆ แต่เธอมีความรู้สึกว่าตนยังไม่บรรลุธรรมอะไร ทั้งที่ตั้งใจปฏิบัติและเห็นว่า ตนเป็นคนฉลาดสามารถฟังธรรม และปฏิบัติตามที่หลวงพ่อสอนได้ทุกอย่าง แต่ก็มิได้ท้อแท้อะไร ยังคงก้มหน้าก้มตาปรนนิบัติหลวงพ่อและปฏิบัติธรรมไปตามปกติ
          วันหนึ่งหลวงพ่อพาเธอไปธุระต่างเมือง พระหนุ่มสะพายสัมภาระตามหลวงพ่อตามไปด้วยเหมือนเคยในระหว่างทางต้องข้ามแม่น้ำตื้นๆแต่มีกระแสเชี่ยวกรากสายหนึ่ง ขณะที่กำลังลุยข้ามไปนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งลอยตามแม่น้ำมาพร้อมทั้งร้องให้ช่วยเพราะเธอว่ายน้ำไม่เป็น พระหนุ่มไม่สามารถช่วยได้เพราะแบกส้มภาระอยู่ ส่วนหลวงพ่อไม่ได้ถืออะไรจึงหยุดรอ อยู่กลางน้ำจนกระทั่งหญิงคนนั้นลอยมาถึง จึงอุ้มเธอขึ้นไปวางไว้ใต้ร่มไม้ต้นหนึ่ง รอดูจนเธอปลอดภัยดีแล้วจึงชวนศิษย์หนุ่มเดินทางต่อไป
          หลังจากไปกับหลวงพ่อและกลับมาแล้ว พระหนุ่มเริ่มมีอาการผิดปกติ ไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนเคย เข้าไปดูแลปรนนิบ้ติหลวงพ่อก็ไม่ค่อยสนิทใจ ทำไปอย่างเสียไม่ได้ และไม่กล้าสบตาหลวงพ่อตรงๆ เป็นอยู่อย่างนี้หลายวันจนหลวงพ่อจับอาการได้ จึงเรียกเข้าไปถาม
          “นี่เธอ เธอเป็นอะไรไปดูเหมือนจะไม่สบายใจบางอย่าง นับแต่กลับจากต่างเมืองมานี่เธอดูแปลกไปนะ เธอมีอะไรในใจหรือ”
          เมื่อถูกหลวงพ่อถามตรงๆตอนแรกเธอก็ได้แต่นั่งก้มหน้าไม่กล้าพูด แต่พอหลวงพ่อคาดคั้นเข้า จึงเงยหน้าขึ้นตอบสั่นๆว่า
          “หลวงพ่อครับ กระผมไม่สบายใจ เพราะวันนั้นผมเห็นหลวงพ่ออุ้มผู้หญิง ผมคิดว่าศีลของหลวงพ่อขาดไปแล้ว หลวงพ่อไม่บริสุทธิ์เพราะจับต้องกายหญิง ผมจึงคิดมาก ไม่อยากอยู่อีกต่อไปแล้ว”
          หลวงพ่อฟังเธอพูดจบก็ยิ้มๆ ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบทีหนึ่ง วางถ้วยลงแล้วก็พูดกะเธอว่า
          “นี่เธอ ฉันน่ะวางผู้หญิงไว้ที่โคนต้นไม้นั้นมาตั้ง ๕ วันแล้ว แต่เธอยังอุ้มผู้หญิงคนนั้นอยู่อีกหรือนี่”
          พระหนุ่มได้ยินหลวงพ่อพูดดังนั้น ด้วยความเป็นคนฉลาดจึงคิดได้ทันทีว่า
          “เออจริงสินะ หลวงพ่ออุ้มผู้หญิงคนนั้นด้วยหมายช่วยชีวิตนาง เมื่อวางนางลงแล้วก็แล้วกันไป ไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่เก็บเอามาใส่ใจ ไม่เก็บมาเป็นอารมณ์อีก ส่วนเราสิกลับนำเรื่องนี้มาเป็นอารมณ์ทำให้คิดมาก เท่ากับว่ายังยึดถือยังอุ้มเรื่องนี้ไว้ทำให้เกิดความกลัดกลุ้มไม่สบายใจอยู่ตั้งหลายวัน”
          พอเธอคิดได้อย่างนี้ก็ถอนความยึดมั่นถือมั่น
          ที่ภาษาทางศาสนารียกว่า อุปาทาน
          ออกไปจากความคิดเสียได้
          จิตของเธอก็ผ่องแผ้วและได้สำเร็จธรรมในที่สุด.
          เรื่องนี้สื่อความได้ว่า
คนเรานั้นชอบเก็บเอาเรื่องที่ไม่ค่อยเป็นเรื่อง
ชอบเอาเรื่องท่ล่วงเลยมาแล้ว
ชอบเอาเรื่องที่ยังไม่เกิดยังไม่มีมาคิด
แล้วก็กลุ้มใจไม่สบายใจ
อันที่จริง ความทุกข์ใจนั้นเกิดจากความยึดมั่นถือมั่น
ไม่ยอมปล่อยวาง ไม่ยอมให้อภัย
ยอมให้กันไม่ได้ ต้องเอาชนะให้ได้ เป็นต้น
เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วทำให้เครียด ทำให้กลุ้ม
ทำให้ร้อนใจร่ำไป เหมือนอุ้มไฟไว้ในอก เหมือนตกนรกอยู่คนเดียว
ถ้ารู้จักปล่อยวางเสียบ้าง ให้อภัยเป็นบ้าง
ยอมให้กันบ้าง ลดทิฐิ มานะลงบ้าง
ความกลัดกลุ้มสุมทรวง ความเคียดแค้นชิงชัง
หรือความเครียดก็จะ ดับมอดไป
มีแต่ความปลอดโปร่งโล่งใจ หายใจได้ทั่วท้อง
ไม่อึดอัดคับข้องอีกต่อไป
เหมือนท่อน้ำที่ตันด้วยขยะมูลฝอย ทำให้น้ำขังเน่าเหม็น หากทะลวงขยะออกไปได้ น้ำก็จะไหลสะดวก ไม่อุดตัน ไม่เน่าเหม็นอีกต่อไป แต่คนเราชอบเก็บขยะเน่าเหม็นไว้ในใจ ชอบแบกความคิด แบกศักดิ์ศรี แบกทิฐิมานะกันไว้จนเต็มอก จึงอารมณ์บูด จึงเครียด จึงกลัดกลุ้มกันอยู่ตลอดเวลา และไม่อาจเข้าถึงธรรมได้ ทั้งที่เป็นนักปฏิบัติธรรมตัวยง.

 

                                
                                           
  coopyright   ( c )  by  : pngoen.com      .วัดภูเงินวนาราม   ตำบลบ้านฝาย  อำเภอน้ำปาด   จังหวัดอุตรดิตถ์