เมนูบริการ

 

 
 สถิติวันนี้ 49 คน
 สถิติเมื่อวาน 245 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
1857 คน
29928 คน
81246 คน
เริ่มเมื่อ 2015-04-14

 

                                            
แกงลิ้น
กิร ดังได้สดับมา
          ชายคนหนึ่งเข้าไปหาหลวงพ่อที่ตนเคารพนับถือ แจ้งความประสงค์ขอคาถาที่จะบันดาลให้เกิดโชคลาภสักบทหนึ่ง
          “หลวงพ่อครับ ผมยากจนเหลือเกิน ทำอะไรก็ไม่ดีขึ้น อยากได้คาถาไปภาวนาให้โชคลาภสักบทหนึ่ง ขอหลวงพ่อได้โปรดอนุเคราะห์ด้วย”
          หลวงพ่อมองเขาแล้วนั่งนึกอยู่พักหนึ่งแล้วตอบเขาไปว่า
          “คุณเอ๋ย คาถาอย่างนั้นน่ะดีอยู่หรอกนะ แต่ถ้าจะให้ดีต้องทำตามด้วยช่วยคาถา จะทำได้ไหมล่ะ”
          “ได้ซิครับหลวงพ่อ บอกมาเถิดครับว่าจะให้ทำอย่างไร” เขารีบตอบรับ
          “คาถามีว่า อุ. อา. ก. ส. มี ๔ คำเท่านี้แหละ พระท่านเรียกว่าคาถาหัวใจเศรษฐี จำไว้นะ และต้องภาวนาวันละ ๒ ครั้ง ตอนเช้าครั้งหนึ่งและก่อนนอนอีกครั้งหนึ่ง”
          เขารีบทวนคำหลวงพ่อหลายครั้ง จนจำคาถา ๔ ตัวนั้นได้คล่องปาก แล้วถามว่า
          “สิ่งที่ผมต้องทำกำกับคาถามีอะไรบ้าง ครับหลวงพ่อ”
          “คาถานี้เป็นของพระพุทธเจ้านะ อุ. คือขยันทำมาหากิน อย่าเกียจคร้าน อา. คือต้องรักษาทรัพย์ที่หามาได้ อย่าให้แตกหักเสียหายก่อนเวลาอันควร ก. คือต้องคบเพื่อนที่ดีๆมีคู่ครองที่ดีๆ ส. คือต้องใช้จ่ายแต่พอดี ต้องรู้จักกินรู้จักใช้ อย่าให้สุลุ่ยสุร่ายเกินความจำเป็น คือต้องประหยัดนั้นแหละ ทำได้อย่างนี้จะเป็นเศรษฐีในไม่ช้า”
          เขารับปากว่าจะทำตามให้ได้แล้วกราบลาหลวงพ่อกลับบ้าน ก่อนนอนคืนนั้นเขาเริ่มภาวนาคาถา อุ.อา.ก.ส. หลายเที่ยว ตอนเช้าก็ภาวนาอีก เสร็จแล้วก็ไปทำงาน เขาเริ่มปฏิบัติตามข้อปฏิบัติที่กำกับคาถาแต่วันนั้น โดยเริ่มเก็บหอมรอบริบเงินทองไว้ ต่อมาไม่นานก็สามารถตั้งตัวได้ในที่สุด เมื่อมีเงินทุนมากแล้วก็ไปค้าขายในต่างถิ่นขยายสาขา ขยายกิจการไปทำอย่างอื่น จนกลายเป็นเศรษฐีได้ในที่สุด
          ธรรมดาว่าคนรวยนั้นย่อมจะมีคนมาห้อมล้อม แสดงตนว่าเป็นญาติเป็นมิตรโดยหวังจะอาศัยทรัพย์ของเขา เศรษฐีใหม่นั้นก็เช่นกัน เพื่อนฝูงญาติมิตรที่ตีจากสมัยยากจนเริ่มแวะเวียนไปมา เมื่อมาถึงต่างก็สรรเสริญเยินยอเศรษฐีต่างๆนาๆ แล้วก็ขออยู่อาศัยบ้าง ขอกู้ยืมไปใช้หนี้บ้าง ไปเป็นทุนบ้าง ไปรักษาโรคภัยไข้เจ็บบ้าง สุดแต่จะอ้างกัน เศรษฐีก็ใจดีให้ไปทุกราย ยิ่งเขามาสรรเสริญเยินยอว่า เป็นคนใจดีใจบุญ เศรษฐีก็ยิ่งปลื้มใจให้กู้ให้ยืมเงินทองอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง จนเงินทองเริ่มร่อยหรอลง ฐานะเริ่มย่ำแย่ลง
          เศรษฐีมีคนใช้เก่าแก่อยู่คนหนึ่งซึ่งเป็นคนซื่อสัตย์ ทำงานกับเศรษฐีมานานจึงรู้เรื่องของเศรษฐีได้ดี แต่ไม่กล้าเตือนเศรษฐีเรื่องใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหมดเปลืองไปกับคำสรรเสริญป้อยอ ได้แต่รอโอกาสอยู่
          คราวหนึ่งเศรษฐีนัดญาติมิตรเพื่อนฝูงจำนวนมากมากินเลี้ยงกันที่บ้านเป็นเวลา ๒ วัน แล้วสั่งให้คนใช้คนนั้นจัดการเรื่องอาหารสำหรับเลี้ยงแขกโดยกำชับว่าให้จัดอาหารที่ดีที่สุด คนใช้เห็นเป็นโอกาสที่จะเตือนเศรษฐีจึงจัดเตรียมอาหารพิเศษสำหรับเลี้ยงแขก
          ก่อนเวลาเลี้ยง เขาสั่งให้คนลำเลียงอาหารมาตั้งไว้บนโต๊ะแล้วใช้ฝาชีปิดไว้ เมื่อถึงเวลาแขกเหรื่อก็พากันมาจำนวนมากพร้อมกันดีแล้ว เศรษฐีก็เริ่มเชิญให้ทุกคนเริ่มรับประทานอาหารกัน พอแขกเปิดฝาชีเห็นอาหารเข้าเท่านั้นก็พากันฮาครืน เพราะปรากฏว่าอาหารทุกอย่างปรุงมาจากลิ้นทั้งสิ้น ไม่ว่าแกง ซุป ต้ม ผัด ปิ้ง ล้วนเป็นลิ้นวัว ลิ้นแพะ ลิ้นแกะ และลิ้นสัตว์อื่นที่พอหาได้ในท้องตลาด เศรษฐีถึงกับสะดุ้ง อายก็อาย แต่ก็ลุกไปต่อว่าคนใช้ขณะนั้นไม่ได้ จำใจต้องเชิญแขกรับประทานไป
          พอส่งแขกกลับไปหมดแล้วเศรษฐีก็เรียกคนใช้ตัวแสบเข้ามาพบ แล้วถามว่า
          “บอกมาซิพ่อตัวดี ฉันสั่งให้ทำอาหารที่ดีที่สุดมาเลี้ยงแขก ทำไมมันมีแต่ลิ้นทั้งนั้น”
          “ลิ้นนี่แหละครับที่ดีที่สุด” คนใช้ตอบหน้าตาย
          “ดียังไงวะ ว่ามาซิ” เศรษฐีชักฉุน
          “ท่านเป็นเศรษฐีขึ้นมาได้ก็เพราะลิ้นหลวงพ่อใช่ไหมครับ ถ้าหลวงพ่อไม่พูดสอนท่าน ท่านจะได้เป็นเศรษฐีหรือ แสดงว่าลิ้นนี่ดีที่สุดใช่ไหมครับ”
          เศรษฐีต้องจำนนด้วยเหตุผลของเขา แต่เพื่อเป็นการแก้มือเศรษฐีจึงสั่งเขาอีก
          “พรุ่งนี้จะมีเลี้ยงอีกวัน คราวนี้ขอให้จัดอาหารที่เลวที่สุดมาเลี้ยงแขก”
          เขารับคำแล้วก็ไปจัดเตรียมอาหารตามที่เศรษฐีสั่ง พอถึงเวลาแขกก็พากันมาเหมือนเมื่อวาน และพอเปิดฝาชีดูก็พบอาหารแบบเดิม คือมีแต่ลิ้นล้วนๆทำเอาฮาครืนกันอีก เศรษฐีอายก็อายฉุนคนใช้ก็ฉุน แต่ก็อดทนรอจนส่งแขกกลับหมดแล้วก็รีบไปไล่เบี้ยคนใช้
          “พ่อตัวดี ทำฉันขายหน้าอีกจนได้ ไหนแกบอกว่าลิ้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่วันนี้ฉันสั่งอาหารที่เลวที่สุดมาเลี้ยงแขก ทำไมแกจึงปรุงลิ้นมาเลี้ยงแขกอีก”
          “ท่านครับ ลิ้นนี่แหละเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และเป็นสิ่งที่เลวที่สุดละครับ”
          คนใช้ตอบอย่างฉะฉาน เพราะเป็นโอกาสได้เตือนเศรษฐีแล้ว
          “ไหนว่ามาซิ ลิ้นดีที่สุดอย่างไร เลวที่สุดอย่างไร”
          “ท่านครับ ท่านได้ดีเพราะลิ้นของหลวงพ่อ แต่วันนี้ท่านกำลังวิบัติล่มจม เพราะลิ้นของญาติมิตรเพื่อนฝูงซึ่งต่างก็มาเยินยอท่าน ท่านเองก็หลงลิ้นประจบกินของคนเหล่านั้นจึงหว่านเงินทองให้พวกเขาอย่างไม่เสียดาย ลิ้นของพวกเขากำลังทำให้ท่านหมดตัว ท่านเห็นว่าลิ้นไม่เลวที่สุดอย่างที่ผมว่าหรือครับ” คนใช้ร่ายยาวแล้วย้อนถาม
          เศรษฐียืนฟังนิ่งจนเขาพูดจบ ตัวแข็งทื่อ ได้สติหูตาสว่างขึ้นมาถึงกับทรุดตัวลงไปกอดคนใช้แล้วร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อาย
        เศรษฐีรอดตัว พ้นจากความล่มจมหมดเนื้อหมดตัวไปได้ด้วยลิ้นของคนใช้ชั้นสูงทีเดียว.
           เรื่องนี้สื่อความได้ว่า :...
          ยามมั่งมีเงินทอง
          คนที่แสดงตัวว่าเป็นพวกพ้องเป็นเพื่อนย่อมมีมาก
          ในยามจนคนเหล่านั้นก็จะตีจากไม่ยอมรับความเป็นพวกเป็นเพื่อน
          นี่เป็นธรรมดาของโลก
          ผู้มั่งมีจึงต้องระวังตัวไว้ ตั้งสติให้ดี คำประจบ คำเยินยอ คำสรรเสริญ ส่วนใหญ่มักเคลือบด้วยยาพิษทั้งสิ้น ต้องหนักแน่น ฟังหูไว้หู ดูให้แน่ใจ ใคร่ครวญจนแน่ใจว่าผู้พูดนั้นเป็นมิตรแท้ เป็นผู้ไม่เคยทอดทิ้งตนมาในยามจนและในยามมั่งมี จึงค่อยคบหาสนิทสนมไว้วางใจ นอกนั้นควรคบหาแค่ผิวเผิน แต่ไม่ควรตัดไมตรีเสียทีเดียว พูดจาพาทีด้วย ช่วยเหลือกันตามอัตภาพ
          ลิ้นคนนั้น เชื่อได้บ้าง ไม่ได้บ้าง
          คนที่เชื่อลิ้นของคนอื่นโดยง่ายนั้น
          เสียใจเสียตัว และหมดตัว หมดพวก มาเสียมากต่อมากแล้ว.
 

 

                                
                                           
  coopyright   ( c )  by  : pngoen.com      .วัดภูเงินวนาราม   ตำบลบ้านฝาย  อำเภอน้ำปาด   จังหวัดอุตรดิตถ์