เมนูบริการ

 

 
 สถิติวันนี้ 58 คน
 สถิติเมื่อวาน 94 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
2361 คน
15407 คน
66725 คน
เริ่มเมื่อ 2015-04-14

 

                                                     กลัวเมีย
กิร ดังได้สดับมา
          เศรษฐีคนหนึ่งเป็นคนกลัวเมียมาก เมื่อเมียพูดอะไรจะต้องนิ่งฟังและต้องทำตามนั้น จึงคิดว่าโลกนี้จะมีคนกลัวเมียอย่างตนบ้างหรือไม่ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นแจ้งจึงสั่งให้คนใช้หาม้ามาสองตัวสีขาวตัวหนึ่ง สีดำตัวหนึ่ง และไก่อีก100ตัว ด้วยตั้งใจว่าบ้านไหนกลัวเมียจะให้ไก่ตัวหนึ่ง ได้ครบแล้วจึงให้พวกคนใช้หามกรงไก่ออกเดินทางไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง
         ถึงบ้านแรกก็ถามผัวเมียที่อยู่หน้าบ้านพอดีว่า”บ้านนี้กลัวเมียไหม”
         ผัวยังไม่ทันอ้าปาก เมียรีบตอบทันทีว่า “ลองไม่กลัวฉันสิ จะได้เฉาะกบาลเสียเลย”
         เป็นอันว่าบ้านแรกได้ไก่ไปเป็นรางวัลฐานกลัวเมีย
         ไปอีกบ้านหนึ่งแล้วถามเหมือนเดิม ผัวตอบว่า “เมียเขาเป็นคนเก่ง เขาคิดอะไรเขาทำอะไรถูกต้องดีหมด ผมงี้สบายที่สุด แทบจะไม่ต้องทำต้องพูดอะไรเลย เมียเขาออกหน้าหมด”ผัวตอบอย่างนี้ เมียก็ยิ้มแก้มแทบปริ เลยได้ไก่เป็นรางวัลไป
         ถัดมาอีกบ้านหนึ่ง เมียไม่อยู่บ้าน ผัวตอบว่า “ไม่กลัวไม่ได้หรอก เมื่อวานยังเหยียบผมแทบแย่ แค่ผมกลับบ้านเย็นไปหน่อยเท่านั้นหาว่าผมไปเกาะแกะกับผู้หญิงอื่นจึงกลับบ้านเย็น ผมงี้เข็ดจนตาย” เลยได้ไก่ไปตามกติกา
          เศรษฐีชักท้อใจ หลายบ้านแล้วกลัวเมียทั้งนั้น ไปอีกหมู่บ้านหนึ่งก็อีรอบเดียวกันกลัวเมียกันทั้งบาง ไก่เกือบจะหมดร้อยตัวแล้วยังไม่มีวี่แววผู้ที่สมควรจะได้รับม้าไปเป็นรางวัลเลย
          ข่าวเศรษฐีแจกไก่แจกม้าดังไปถึงท้ายหมู่บ้าน ผัวเมียคู่หนึ่งคิดหาอุบายอยากได้ม้า จึงนัดแนะกันว่าบ้านของตนผัวเป็นใหญ่ เมียเชื่อฟังเสมอไม่เคยโต้แย้งเถียงทะเลาะกัน ตกลงกันดิบดีแล้วก็นั่งคอยอยู่หน้าบ้าน เศรษฐีไปถึงบ้านนั้นก็ซังกะตายถามไปแบบที่เคยถามมาทุกบ้าน
          “บ้านนี้ผัวกลัวเมียไหม”
          ผัวรีบตอบทันทีตามที่ตกลงกันไว้กับเมีย
          “ผมน่ะรึกลัวเมีย ไม่มีวันเสียหรอกท่าน ผมว่าอะไรต้องว่าตามผมทุกอย่าง”
         เศรษฐีตื่นจากภวังค์ รู้สึกตื่นเต้น พบแล้วคนที่ไม่กลัวเมียมีจริงๆ
         จึงถามเมียว่า “จริงอย่างที่ผัวเอ็งพูดหรือเปล่า”
         “จริงค่ะ พี่เขาเป็นคนเก่ง เอาจริงเอาจัง เป็นผู้นำครอบครัว ฉันเองก็ต้องทำตามเขาทุกอย่างแหละ” ว่าไปโน่นเลย
         “งั้นเอาม้าไปเลย จะเอาตัวดำหรือตัวขาวเลือกเอาไปเลยตัวหนึ่ง”เศรษฐีบอกอย่างดีใจที่เห็นคนไม่กลัวเมีย
         สองผัวเมียเห็นม้าสองตัวล้วนงามทั้งคู่ ผัวอยากได้สีดำ แต่เมียอยากได้สีขาว ต่างก็เถียงกันต่อหน้าเศรษฐี ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันท้ายที่สุดผัวคงรำคาญจึงตอบเมียไปว่า
          “งั้นสีขาวก็ได้”
         เศรษฐีได้ฟังดังนั้นถึงกับอุทานว่า
         “อ้าว ไหงเป็นอย่างงี้ไปล่ะ ไหนว่าไม่กลัวเมียไงตามใจเมียแบบนี้ก็เข้าข่ายกลัวเมียเหมือนกัน”
        สองผัวเมียเลยอดได้ม้า ได้แค่ไก่ตัวเดียวเป็นรางวัลไป ฐานเล่นละครไม่สมบูรณ์
        เศรษฐีหมดแรง หมดความสงสัย กลับบ้านพร้อมกับม้าสองตัวไก่อีกสิบกว่าตัว
เรื่องนี้สื่อความได้ว่า:....
ธรรมดาของชาวโลก สามีเป็นใหญ่นอกบ้าน
ภรรยาเป็นใหญ่ในบ้าน เรื่องภายในบ้านทั้งหมด
ไม่ว่างานดูแลตกแต่ง งานครัว งานจับจ่ายใช้สอย
ตลอดถึงการปกครองคนในบ้าน ต้องยกให้แก่แม่บ้าน
ไม่เกี่ยวกับการกลัวหรือไม่กลัวกัน แต่เป็นธรรมเนียม
เพราะแม่บ้านย่อมมีความละเอียดอ่อน
และย่อมพอใจเมื่อได้ทำอะไรในบ้านได้อย่างอิสระและตามใจชอบ
สามีที่ฉลาดย่อมยอมให้ภรรยาเป็นใหญ่ภายในบ้าน
ครอบครัวที่เป็นอย่างนี้ย่อมเป็นครอบครัวที่อบอุ่น
ตรงกันข้ามถ้าสามีทำตัวเป็นใหญ่ในบ้านเสียเอง และภรรยาเป็นใหญ่นอกบ้าน ไม่เว้นแม้แต่ที่ทำงานของสามี หรือทั้งสองอยากเป็นใหญ่ด้วยกัน อยากมีอำนาจเหนืออีกฝ่ายหนึ่ง อยากให้อีกฝ่ายหนึ่งยอมศิโรราบให้แก่ตนต่างคนต่างไม่ยอมกัน รับรองได้ว่าไม่แคล้ววุ่นวาย จะมีเรื่องเถียงทะเลาะกันไม่หยุดหย่อน และจะหาความสุขในชีวิตคู่ไม่ได้เลย.
 

 

                                
                                           
  coopyright   ( c )  by  : pngoen.com      .วัดภูเงินวนาราม   ตำบลบ้านฝาย  อำเภอน้ำปาด   จังหวัดอุตรดิตถ์